โครงงาน
เทียนหอมแฟนซี
คณะผู้จัดทำ
พาราฟิน เป็นสารธรรมชาติที่ได้มาจากชั้นใต้ดินลึกลงไปจากผิวโลกอันอุดมไปด้วยน้ำมันพาราฟิน (Paraffin Oil) ซึ่งวงการเครื่องสำอางค์จัดว่ามีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่ดีและปลอดภัยมาก พาราฟินมีหลายเกรด แต่ละเกรดมีสรรพคุณในการบำรุงผิวที่ต่างกัน พาราฟินที่ดี และเหมาะกับผิวที่ไวต่อการแพ้ต้องผ่านการกลั่นให้บริสุทธิ์ จนถึงขั้นที่กลั่นไม่ได้ และมีค่า พีเอชที่ 5 - 5.5 ซึ่งตรงกับค่าพีเอชโดยธรรมชาติของผิว พาราฟินยังห่อหุ้มกักเก็บความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ในขณะที่ทำทรีตเม้นต์ พลังงานความร้อนจากพาราฟินจะเคลื่อนย้ายจากตัวพาราฟินไปสู่ผิวหนัง ความร้อนนี้จะไปเสริมกระบวนการตามธรรมชาติของผิว (Skin Detoxification) เมื่อพาราฟินเย็นตัวลง รูขุมขนจะปิดกระชับขึ้นอย่างรู้สึกได้ในทันที
SpaRaffin มีจุดเด่นที่เป็นพาราฟินในรูปแบบสเปรย์ครั้งแรกของโลก ทำให้สามารถทำพาราฟินทรีตเม้นต์ได้ทุกบริเวณ โดยเฉพาะการทำพาราฟิน ทรีตเม้นต์ บริเวณใบหน้า คอ และแผ่นหลัง ที่มีแต่ SpaRaffin เท่านั้นที่ทำได้ แตกต่างจากระบบเดิมซึ่งพาราฟินอยู่ในหม้อ (ตามร้านเสริมสวยทั่วไป) สำหรับจุ่มเฉพาะมือกับเท้าเท่านั้น และบางครั้งก็นำมาใช้ซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากพาราฟินมีราคาค่อนข้างแพง เนื้อพาราฟินของ SpaRaffin เป็นพาราฟินที่ผ่านการกลั่นขั้นสูงสุด จึงเป็นพาราฟินคุณภาพพรีเมี่ยม ที่สัมผัสได้จากผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการทำพาราฟินทั่วไป
2. พาราฟิน แว็กซ์แบบเม็ด (Granule form) การใช้งาน หรือ ประโยชน์
แม่พิมพ์ คือ ต้นแบบ, แบบเบ้าหล่อที่ใช้เป็นแบบในงานพิมพ์แบบหล่อ, แบบพิมพ์, แท่น-พิมพ์ เช่นแม่พิมพ์ตัวใหม่เกิดร้าวขึ้นจึงได้มีการแกะแม่พิมพ์ตัวใหม่มาทดแทน
ไส้เทียน หมายถึง เชือกที่ทำมาจากเส้นด้ายฝ้าย 100% ไม่มีใยสังเคราะห์ใดๆเจือปน
บทที่ 3
1. หั่นพาราฟินเป็นชิ้นเล็กๆ
2. นำพาราฟินที่หั่นแล้วใส่หม้อนำไปต้มในภาชนะที่เตรียมไว้ตั้งความร้อนปานกลาง เคี้ยวไปจนละลายเป็นของเหลว แล้วจึงยกภาชนะที่ใส่พาราฟินลงในให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ
3. ใส่หัวน้ำหอม หรือสีฝุ่น คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้วนำไปใส่ในแม่พิมพ์
4. ปักไส้เทียนลงไป ทิ้งไว้สักพักรอจนเทียมแห้งสนิท แล้วแกะออกจากแม่พิมพ์ และตกแต่งให้สวยงาม
5. นำไปใส่ทำห่อบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้
บทที่ 4
ผลการดำเนินการ
ข้อเสนอแนะ
1. สามารถนำสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้แทนน้ำหอมได้
เทียนหอมแฟนซี
โครงงานสุขศึกษาและพลศึกษา
เรื่อง เทียนหอมแฟนซี
เรื่อง เทียนหอมแฟนซี
คณะผู้จัดทำ
1. เด็กหญิง พรสวรรค์ พนมเริงไชย เลขที่ 9
2. เด็กชาย ธนภัทร แก้วมีศรี เลขที่ 16
3. เด็กหญิง สิริมา แสงชาติ เลขที่ 21
4. เด็กชาย วศินาทร นีระพันธ์ เลขที่ 22
5. เด็กหญิง ปณิดา ปรอดครบุรี เลขที่ 25
6. เด็กหญิง ภัทราพร พูลเพิ่ม เลขที่ 32
7. เด็กชาย ปุณยวัจน์ วรสาร เลขที่ 37
8. เด็กหญิง ปวีณ์สุดา อำนาจศิริโชติ เลขที่ 40
9. เด็กชาย ฐิติกรณ์ เลี้ยงพรม เลขที่ 41
ครูที่ปรึกษา นางลาวัณย์ นพพิบูลย์
สถานศึกษา โรงเรียนอำนาจเจริญ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันการประดิษฐ์สิ่งของเพื่อใช้เองและจำหน่ายเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้หรืออุปกรณ์บางชนิดนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสะดวกอย่างยิ่ง ด้านวัสดุอุปกรณ์สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น คณะผู้จัดทำโครงงานมีความสนใจจัดทำโครงงานเรื่อง“เทียนหอมแฟนซี” ขึ้น โดยนำหัวน้ำหอมที่ได้สังเคราะห์ สกัดขึ้นมา เป็นส่วนผสมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลิ่นดอกวาเลนไทน์ และกลิ่นซากุระ ผลการประดิษฐ์สรุปได้ว่า เทียนหอมที่ประดิษฐ์ขึ้นมามีรูปร่าง สีสันสวยงามน่าใช้ มีกลิ่นหอมที่พอดี และมีประสิทธิภาพช่วยในการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันประชากรนิยมใช้แสงสว่างจากหลอดนีออน บ้างจากแสงเทียนบ้าง ซึ่งนับว่าเป็นแสงสว่างที่ค่อนข้างจะเพียงพอ แต่คณะผู้จัดทำได้เร่งเห็นว่าเทียนที่มีขายตามท้องตลาดมีรูปร่างสีสันเพียงไม่กี่สี และมีรูปร่างไม่ค่อยสวยงาม โดยคณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นกันว่าจะประดิษฐ์เทียนหอมที่มีรูปร่างและสีสันที่มาก “เทียนหอมแฟนซี” อาศัยกระบวนการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ การกลุ่มร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างนักเรียน และครู สร้างนวัตกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นมีอยู่ คือ การประดิษฐ์เทียนหอมที่มีสีสัน รูปร่าง ลักษณะที่สวยงามแปลกตา และมีกลิ่นที่หอม ทำให้เทียนหอมแฟนซีที่ประดิษฐ์ขึ้นมีความสวยงามดึงดูดความสนใจ เหมาะสมสำหรับเจ้าของธุรกิจสปา และสถานบริการนวดต่าง ๆ เพราะเทียนหอมที่ได้ประดิษฐ์มีกลิ่นที่หอม มีรูปร่างสวยงาม อีกทั้งยังพกพาได้ง่ายขึ้น และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทั้งยังสามารถเสริมสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจ และผู้ว่างงาน
สามารถนำมาทำเป็นอาชีพเสริม
จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1.เพื่อสร้างเทียนหอมแฟนซีที่มีกลิ่นและสีสันสวยงาม มีประสิทธิภาพช่วยในการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
2.เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพของผู้ว่างงาน และผู้สนใจ
3.เพื่อฝึกฝนทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์งานอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทั้งภายในและนอกสถานศึกษา
ระยะเวลาในการศึกษา
คณะผู้จัดทำโครงงานใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าตั้งแต่ วันที่ 5 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ณ ห้องกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนอำนาจเจริญ และที่อยู่อาศัย บ้านเลขที่ 414 ตำบล บุ่ง อำเภอ เมือง จังหวัดอำนาจเจริญ
ขั้นตอนการดำเนินงาน | วัน เดือน ปี | การปฏิบัติงาน |
สังเกต/รวบรวมข้อมูล | 5 กรกฎาคม 2554 | 1.สำรวจความคิดเห็นและรับฟังองค์ความรู้จากครู ผู้ปกครอง ชุมชน 2. หาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเทียนหอมแฟนซี และจัดหาวัสดุ-อุปกรณ์ |
ประดิษฐ์ | 6-9 สิงหาคม 2554 | 1. ออกแบบการประดิษฐ์ 2. ประดิษฐ์เทียนหอมที่บ้านของสมาชิกในกลุ่ม |
สรุปผล | 10 สิงหาคม 2554 | นำข้อมูลที่ได้จากการประดิษฐ์มารวบรวมและอภิปรายผล สรุปผล |
รายงาน และนำเสนอผลงานนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุง | 11 สิงหาคม 2554 | 1.จัดทำรายงาน 5 บท 2.นำเสนอผลงานในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน 3. นำเสนอผลงานนอกชั้นเรียนเพื่อพัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับปรุงให้ดีขึ้น 4. สำรวจความพึงพอใจ |
นำข้อเสนอแนะ ไปปรับปรุงพัฒนา | 13 สิงหาคม 2554 | ปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น |
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เทียนหอม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ ที่ได้ จากการนำพาราฟิน และไขผึ้งมาหลอมละลายรวมกัน อาจเติมสีและเติมน้ำมันหอมระเหย นำไปปั้นด้วยมือ หรือหล่อแบบขึ้นรูป หรือกดจากพิมพ์ให้มีรูปทรงตามต้องการอาจประกอบด้วยวัสดุอื่นเพื่อให้ เกิดความสวยงาม เช่น ดอกไม้แห้ง มีไส้เทียนสำหรับจุดไฟ และมีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย เทียนหอมแฟนซีเน้นการใช้ประโยชน์และความสวยงาม โดยมีกลิ่นหอม แบบสวย และอาจจะใช้ไล่ยุงหรือแมลงได้อีกด้วย ทั้งนี้แล้วเทียนหอมแฟนซี ยังมีการทำเป็นธุรกิจ SME ขนาดย่อม มีการลงทุนที่น้อยกว่า แต่ได้กำไรเยอะ เทียนหอม มีหลายประเภท ได้แก่ เทียนหอมบล็อค เทียนหอมประดับชนิดลอยน้ำ เทียนประดับที่บรรจุในภาชนะ เทียนรูปดอกไม้ และเทียนหอมประดิษฐ์ ประเภทดอกไม้สนาม ความหมายของคําที่ใช้ ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน คำว่า เทียนหอม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนําพาราฟิน และไขผึ้งมาหลอมละลายรวมกัน อาจเติมสีแล้วเติมน้ำมันหอมระเหย และนําไปปั้นด้วยมือ หรือหล่อแบบขึ้นรูป หรือกดจากพิมพ์ ให้ มีรูปทรงตามต้องการอาจประกอบด้วยวัสดุอื่นเพื่อให้เกิดความสวยงาม เช่น ดอกไม้แห้ง มีไส้เทียนสําหรับจุดไฟ และมีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย
fancy ในที่นี้ เป็นคำคุณศัพท์ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ว่าแฟนซี หมายถึง เครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับที่ดูอลังการหรือดูแปลกแหวกแนวหรือมีการตกแต่งเป็นพิเศษดังนั้น
เทียนหอมแฟนซี หมายถึง เทียนที่มีลักษณะแตกต่างจากเทียนธรรมดา คือ มีสีสันที่สวยงามแปลกตา
SpaRaffin มีจุดเด่นที่เป็นพาราฟินในรูปแบบสเปรย์ครั้งแรกของโลก ทำให้สามารถทำพาราฟินทรีตเม้นต์ได้ทุกบริเวณ โดยเฉพาะการทำพาราฟิน ทรีตเม้นต์ บริเวณใบหน้า คอ และแผ่นหลัง ที่มีแต่ SpaRaffin เท่านั้นที่ทำได้ แตกต่างจากระบบเดิมซึ่งพาราฟินอยู่ในหม้อ (ตามร้านเสริมสวยทั่วไป) สำหรับจุ่มเฉพาะมือกับเท้าเท่านั้น และบางครั้งก็นำมาใช้ซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากพาราฟินมีราคาค่อนข้างแพง เนื้อพาราฟินของ SpaRaffin เป็นพาราฟินที่ผ่านการกลั่นขั้นสูงสุด จึงเป็นพาราฟินคุณภาพพรีเมี่ยม ที่สัมผัสได้จากผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการทำพาราฟินทั่วไป
นอกจากนี้ หากทาครีมบำรุงผิวก่อนทำพาราฟิน พาราฟินจะช่วยเสริมในการผลัดสารสำคัญ ในครีมให้ซึมสู่ผิวชั้นในได้ดียิ่งขึ้น จึงเสริมให้ครีมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลังการทำพาราฟิน ทรีตเม้นต์ ผิวจึงดูฟูนุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำมันพาราฟิน แต่ผิวชั้นนอกจะไม่มัน รวมถึงดูเนียนละเอียดเพราะรูขุมขนเล็กลง และรู้สึกกระชับ แลดูกระจ่างใสขึ้น จัดเป็นทรีตเม้นต์ที่ให้สรรพคุณครบครัน ปลอดภัย และมาพร้อมความผ่อนคลายที่แตกต่าง พาราฟิน หรือ เคโรซีน เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งกลั่นแยกออกจากน้ำมันดิบ จุดหลอมเหลวประมาณ 47 - 64 องศาเซลเซียส จุดเดือดประมาณ 150 - 275 องศาเซลเซียส ไม่ละลายในน้ำ สามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย และมีหลายสถานะด้วยกัน พาราฟิน แว็กซ์ (Paraffin wax) คือ เป็นชื่อสามัญของแว็กซ์ที่เป็นสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอน เป็นแว็กซ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มปิโตรเลียมแว็กซ์ โดยมีสูตรทางเคมี คือ CnH2n+2 จำนวนคาร์บอนในห่วงโซ่โมเลกุล 19-36 อะตอม ( C19-C36 ) มีลักษณะเป็นของแข็ง มีสีเหลืองอ่อน ถึงสีขาว มีจุดหลอมเหลว อยู่ที่ระหว่าง 48 - 68 องศาเซลเซียส
คุณสมบัติทางเคมีของพาราฟิน แว็กซ์
1. ลักษณะ/รูปร่างแบบแผ่น/แบบเม็ด
2. สีขาว
3. มีค่าพีเอช ความเป็นกรด/ด่าง 5.8 – 6.3
4. ปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ (% ของน้ำหนักแว็กซ์ ) 0.1% - 5%
5. มีกลิ่นเล็กน้อย
6. ค่าความถ่วงจำเพาะ (กรัมต่อลบ.ซม.) 0.82 - 0.92
7. จุดหลอมเหลว 48-68 องศาเซลเซียส
8. จุดเริ่มกลับแข็งตัว(วุ้น) 66 - 69 องศาเซลเซียส
9. จุดวาบไฟ 204 - 271 องศาเซลเซียส
10. จุดเดือด 350 - 430 องศาเซลเซียส
11. ค่าความหนืดที่ 100 องศาเซลเซียส (เซนติสโตก) 3.1 – 71
12. จำนวนคาร์บอนในห่วงโซ่โมเลกุล -9 – 36
13. ค่าความอ่อนแข็งที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส 20 max/ค่าสูงสุด
การจำแนกประเภท
1.พาราฟิน แว็กซ์ แบ่งเกรดโดยการใช้ปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ ( Oil Content ) โดยแบ่งออกได้เป็น 3 เกรด ดังนี้
1.พาราฟิน แว็กซ์ ฟูลลี่ รีไฟน์ (Paraffin wax Fully refined) จะมีค่าของปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ ตั้งแต่ 0.1% - 0.5%ของน้ำหนักพาราฟิน แว็กซ์ (%wt)
2.พาราฟิน แว็กซ์ เซมิ รีไฟน์ (Paraffin wax Semi refined) จะมีค่าของปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ ตั้งแต่ 0.5% -1.5% ของน้ำหนักพาราฟิน แว็กซ์ (%wt)
3.พาราฟิน แว็กซ์ เซมิ รีไฟน์ หรือ สแลค แว็กซ์ (Slack wax)จะมีค่าของปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ ตั้งแต่ 3 % - 5% ของน้ำหนักพาราฟิน แว็กซ์ (%wt)
พาราฟิน แว็กซ์ แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1. พาราฟิน แว็กซ์แบบแผ่น (Slab form)
2. พาราฟิน แว็กซ์แบบเม็ด (Granule form) การใช้งาน หรือ ประโยชน์
1. แก๊ส
1. ใช้เป็นเชื้อเพลิง
2. ของเหลว
1. ใช้เป็นเชื้อเพลิง
2. ใช้เป็นยารักษาโรค
3. ใช้ในการทำครัว
3. ของแข็ง (ในรูปขี้ผึ้ง)
1. ใช้ผลิตเทียน
2. ใช้เคลือบเสื้อผ้า
3. ใช้เป็นส่วนผสมทำยาหม่อง
4. ใช้ทาปาก - ผิว เพื่อลดความหยาบกร้าน (เพิ่มความชุ่มชื้น)
กระบวนการผลิตพาราฟิน แว็กซ์
พาราฟิน แว็กซ์ เป็นแว็กซ์ที่ได้มาจากกากส่วนที่เหลือ ที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ โดยกระบวนการกลั่นน้ำมันแบบหอกลั่นลำดับส่วน ไขหรือกากแว็กซ์ที่ได้จากกระบวนการกลั่นนี้ เรียกว่า สแลค แว็กซ์ (Slack wax) ซึ่งยังมีปริมาณน้ำมันในแว็กซ์สูง นำสแลค แว็กซ์ ที่ได้ มาผ่านกระบวนการการสกัดน้ำมันออกจากแว็กซ์ เพื่อให้ได้พาราฟิน แว็กซ์ ที่มีปริมาณน้ำมันในแว็กซ์ตามค่ามาตรฐานของพาราฟิน แว็กซ์ที่สามารถนำมาใช้ทำเทียนและใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
แม่พิมพ์ คือ ต้นแบบ, แบบเบ้าหล่อที่ใช้เป็นแบบในงานพิมพ์แบบหล่อ, แบบพิมพ์, แท่น-พิมพ์ เช่นแม่พิมพ์ตัวใหม่เกิดร้าวขึ้นจึงได้มีการแกะแม่พิมพ์ตัวใหม่มาทดแทน
.สีฝุ่น เป็นสีเริ่มแรกของมนุษย์ ได้มาจากธรรมชาติ ดิน หิน แร่ธาตุ พืช สัตว์ นำมาทำให้ละเอียด เป็นผง ผสมกาวและน้ำ กาวทำมาจากหนังสัตว์ กระดูกสัตว์ สำหรับช่างจิตรกรรมไทยใช้ ยางมะขวิด หรือกาวกระถิน ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สีเกาะติดพื้นผิวหน้าวัตถุไม่หลุดได้โดยง่าย ในยุโรปนิยมเขียนสีฝุ่น โดยผสมกับกาวยาง กาวน้ำ หรือไข่ขาว สีฝุ่นเป็นสีที่มีลักษณะทึบแสง มีเนื้อสีค่อนข้างหนา เขียนสีทับ กันได้ สีฝุ่นมักใช้ในการเขียนภาพทั่วไป โดยเฉพาะภาพฝาผนัง สีฝุ่นในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นผง เมื่อใช้งานนำมาผสมกับน้ำโดย ไม่ต้องผสมกาว เนื่องจากในกระบวนการผลิตได้ทำการผสมมาแล้ว การใช้งานหมือนกับสีโปสเตอร์
ไส้เทียน หมายถึง เชือกที่ทำมาจากเส้นด้ายฝ้าย 100% ไม่มีใยสังเคราะห์ใดๆเจือปน
บทที่ 3
อุปกรณ์และวิธีดำเนินการ
รายการ | ปริมาณ |
วัสดุ 1. พาราฟิน | 1 กิโลกรัม 3 ซีซี 5 ขวด 1 เมตร |
อุปกรณ์ 1.หม้อ 2.ทัพพี 3.แม่พิมพ์ 4.มีด 5.เขียง 6.อุปกรณ์ตกแต่ง | |
วิธีดำเนินการ
1. หั่นพาราฟินเป็นชิ้นเล็กๆ
2. นำพาราฟินที่หั่นแล้วใส่หม้อนำไปต้มในภาชนะที่เตรียมไว้ตั้งความร้อนปานกลาง เคี้ยวไปจนละลายเป็นของเหลว แล้วจึงยกภาชนะที่ใส่พาราฟินลงในให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ
3. ใส่หัวน้ำหอม หรือสีฝุ่น คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้วนำไปใส่ในแม่พิมพ์
4. ปักไส้เทียนลงไป ทิ้งไว้สักพักรอจนเทียมแห้งสนิท แล้วแกะออกจากแม่พิมพ์ และตกแต่งให้สวยงาม
5. นำไปใส่ทำห่อบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้
6. เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนดำเนินการ
บทที่ 4
ผลการดำเนินการ
ผลการดำเนินการ
เทียนหอมที่ประดิษฐ์ขึ้นมาตรงตามความต้องการของคณะผู้จัดทำ คือ มีรูปร่าง สีสันสดใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆของ กลิ่นดอกวาเลนไทน์ กลิ่นซากุระ และกลิ่นตะไคร้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง มีประสิทธิภาพช่วยในการผ่อนคลายความเหนื่อยล้า จากการทำงานได้ และยังช่วยดับกลิ่นในห้องได้อีกด้วย
บทที่ 5
สรุปผลและอภิปรายการดำเนินการ
สรุปผลและอภิปรายการดำเนินการ
1. มีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยาก
2. มีกลิ่นและสี ตรงตามความต้องการ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพแก่ผู้ที่สนใจ และสร้างเป็นอาชีพเสริมให้แก่บุคคลว่างงาน
2. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
1. มีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยาก
2. มีกลิ่นและสี ตรงตามความต้องการ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพแก่ผู้ที่สนใจ และสร้างเป็นอาชีพเสริมให้แก่บุคคลว่างงาน
2. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
ข้อเสนอแนะ
1. สามารถนำสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้แทนน้ำหอมได้
2. นำกลิ่นของสมุนไพรพื้นบ้าน กับน้ำหอม มาเปรียบเทียบสีและกลิ่น
ภาคผนวก

บรรณานุกรม
1. นำพาราฟินไปต้มในภาชนะที่เตรียมไว้เคี่ยวจนพาราฟินละลาย
2. ทิ้งพาราฟินไว้สักพัก แล้วจึงนำหัวน้ำหอม และสีฝุ่นมาใส่คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. ตักหรือเทใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้
4.ปักใส่เทียนลงไปในแม่พิมพ์ รอจนเทียนแห้งสนิท
5. เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการดำเนินการ
บรรณานุกรม